วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

ในช่องรายระเอียดด้ายขวาให้เพิ่มค่าเข้าไปสามค่าดังนี้ DWORD (32-bit )

UseMachineCheck ตั้งค่าเป็น 0.
Blur ตั้งค่าเป็น 0.
Animations  ตั้งค่าเป็น 0

4  ปิด Regedit
5 คลิกที่ Start และพิมพ์ CMD
6 พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้
Net Stop uxsms
Net Start uxsms
3-uxsms (2)
คำสั่งข้างต้นจะหยุดและเริ่ม Desktop Window Manager Session Manager
7 ลองทำการ เปิดใช้งาน Aero โดยคลิกขวาบนที่ว่างบน เดสก์ทอป

Personalize

Windows color and appearencej
นี้ เพื่อเปิดใช้งาน Registry Hack Aero ใน Windows 7 ยังสามารถใช้ใน Windows 7 ติดตั้งบน Virtual Machine เช่น Virtual PC 2007 แต่นี้ เคยทำงานใน VMware Player ซึ่งไม่ได้มี DirectX 9 หรือสนับสนุนไดรฟ์วิดีโอเครื่องทางกาย

การเปลี่ยนโลโก้ windoq97



Windows 7 มีหน้าล็อกออนที่สวยงาม คุณจะเห็นชื่อล็อกออนของคุณหรือผู้ใช้คนอื่น และด้านล่างจะเห็นโลโก้ Windows 7 ตามรุ่นที่คุณใช้ คราวนี้หากคิดอยากจะเปลี่ยนเจ้าโลโก้ Windows 7 อันแสนจะธรรมดามาเป็นโลโก้ของคุณเอง หรือโลโก้ของบริษัทที่คุณทำงาน เผื่อคนภายนอกมาเห็นจะดูว่าเครื่องคุณก็มี Class เหมือนกัน
ก่อนอื่นต้องไปดาวน์โหลดเครื่องมือในการทำก็ได้แก่ โปรแกรมที่ชื่อ Windows 7 Logon Branding Changer เป็นฟรีโปรแกรมเล็กๆ ( 254.81 KB) ใช้ง่ายทำงานแบบ Portable ไม่ต้องติดตั้ง
1.เมื่อขยายไฟล์ที่ได้มาแล้วจะมีไฟล์ชื่อ Windows Logon Branding changer.exe คลิกขวาที่ไฟล์เลือกคำสั่ง Run as administrator
2.คลิกที่ Load Picture แล้วไปเลือกไฟล์ภาพที่คุณจะเอามาเป็นโลโก้ ต้องเป็นไฟล์ *.png และควรมีขนาด360 x 54 Pixels จะได้โลโก้ที่พอดี ถ้าขนาดใหญ่หรือไม่เท่านี้ ก็ได้ครับ โปรแกรมจะจัดขนาดให้ แต่มันจะบิดเบี้ยวไม่สมส่วนดูไม่สวย (ลองใช้ Photoshop ทำก็ดีนะครับ)
3.ตัวอย่างโลโก้ที่คุณนำมาเปลี่ยนจะมาแสดงเป็นตัวอย่างที่โปรแกรม เมื่อพอใจแล้วก็คลิก Apply
4.มาดูผลงานโดยล็อกออฟจาก Windows คุณจะเห็นหน้าล็อกออนเปลี่ยนไป
สำหรับการจะทำกลับมาใช้หน้าล็อกออน? Windows แบบเดิมก็ทำได้โดยเรียกโปรแกรมขึ้นมา แล้วคลิกคำสั่งRestore

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชาลส์ แบบบิจ ( Charles Babbage)


  
สำหรับผู้บุกเบิกสร้างคอมพิวเตอร์ก็คือ ชาร์ลส์ แบบเบจ (Charles Babbage) เขาเป็นนักคณิตศาสตร์ นักปรัชญาวิเคราะห์ และเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเขาเป็นคนแรกที่มีแนวคิดเรื่องเครื่องคำนวณที่สามารถสร้างโปรแกรมหรือสั่งให้ทำงานได้ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับส่วนประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แม้เขาจะเสียชีวิตก่อนที่จะได้เห็นเครื่องในจินตนาการของเขาเสร็จสมบูรณ์ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเครื่องจักรจากแนวคิดของเขาสามารถทำงานได้จริงและมีคุณูปการต่อโลกเป็นอย่างยิ่ง

             ประวัติ
โดย ชาร์ลส์ แบบเบจ เกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1791 (พ.ศ. 2334) ในครอบครัวของนายธนาคาร และเติบโตมาในยุคที่อังกฤษเป็นประเทศที่มีอำนาจ และกำลังอยู่ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนทุนพัฒนาในสาขาต่างๆ อย่างเต็มที่ แบบเบจศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ ทรินิตี้ คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่คณะคณิตศาสตร์ (Mathematical Laboratory) พอเรียนจบ แบบเบจก็ตัดสินใจเป็นอาจารย์ต่อที่คณะ ในปี ค.ศ. 1814 (พ.ศ. 2357) และได้สมรสกับ จอร์เจียนา วิธมอร์ นักคณิตศาสตร์หญิงคนเก่งคนหนึ่งในยุคนั้น

ผลงานและความสำคัญ


แบบบิจคิดเครื่องใหม่ที่ชื่อว่า เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) โดยเครื่องนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน คือ 
            1. ส่วนเก็บข้อมูล เป็นส่วนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ 

            2. ส่วนประมวลผล เป็นส่วนที่ใช้ในการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ 

            3. ส่วนควบคุม เป็นส่วนที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างส่วนเก็บข้อมูลและส่วนประมวลผล

            4. ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ เป็นส่วนที่ใช้รับข้อมูลจากภายนอกเครื่องเข้าสู่ส่วนเก็บข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ 






เอดา ไบรอน เลิฟเลซ (Lady Augusta Ada Byron, Countess of Lovelace


เอดา ไบรอน เลิฟเลซ (Lady Augusta Ada Byron, Countess of Lovelace) โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก[1] เป็นบุตรสาวของ ลอร์ด ไบรอน (Lord Byron) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2358 (ค.ศ. 1815) หลังจากเธอเกิดไม่นาน พ่อแม่ของเธอก็แยกทางกัน แม่ของเอดา จึงตัดสินใจเลี้ยงดูเธอให้เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ และให้ศึกษาด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ต่างไปจากกุลสตรีในตระกูลใหญ่ๆ ของอังกฤษทั่วไป
พออายุ 17 ปี ก็มีผู้แนะนำให้เอดารู้จัก Mrs. Somerville แห่งเคมบริดจ์ ผู้หญิงเก่งแห่งยุค ที่เคยแปลงานของ Laplace มาเป็นภาษาอังกฤษ เอดาจึงเข้ามาคลุกคลีกับเพื่อนกลุ่มนี้ จนได้รู้จักกับ ชาลส์ แบบบิจ ในงานสังสรรค์แห่งหนึ่ง ในที่สุด ในงานวันนั้น ตอนที่แบบบิจกล่าวว่า "what if a calculating engine could not only foresee but could act on that foresight" (จะเป็นอย่างไร ถ้าหากเครื่องคำนวณไม่เพียงสามารถหยั่งรู้ได้ หากแต่สามารถตอบสนองต่อการหยั่งรู้นั้นได้ด้วย) ไม่มีใครสนใจแนวคิดนี้ของแบบบิจเลย ยกเว้นเอดา ซึ่งเธอรู้สึกสนใจในงานนี้เป็นอย่างมาก จนอาสาที่จะช่วยพัฒนา โดยสิ่งที่เธอทำคือ การสร้างภาษาสำหรับเครื่องวิเคราะห์[2] (analytical engine) ของแบบเบจ
ผลงาน
ต่อมา แผนการทำงานที่แบบบิจเขียนขึ้นมาชิ้นนั้น ก็ถูกยกย่องว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวแรกของโลก เธอจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก เอดาก็ช่วยเขียนบรรยาย รายละเอียดการทำงานของเครื่องวิเคราะห์ แต่สุขภาพของเธอก็เริ่มมีปัญหา และสุดท้ายก็เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 37 ปี
อีกร้อยกว่าปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สร้างภาษาคอมพิวเตอร์มาตรฐาน ISO ขึ้นมาตัวแรก พร้อมตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ เลดี้ เอดา ว่า ภาษา "ADA"
ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เอดาได้รู้จัก และอาสาช่วยงาน พร้อมทั้งอุปการะ นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ รวมทั้งนักเขียนหลายคน เช่น Sir David Brewster คนคิดคาไลโดสโคปชาลส์ วีทสโตนชาลส์ ดิกเก้นส์, และ ไมเคิล ฟาราเดย์